หลายคนซื้อคอลลาเจนมาทาน แต่ไม่รู้ว่าต้องเลือก Type ไหน บางคนซื้อ Type I เพราะรู้จักคำนี้ดี แต่เป้าหมายคือดูแลข้อเข่า — นั่นคือเสียเงินเปล่า เพราะผลที่ต้องการคนละอย่างกับที่ได้รับ
บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างคอลลาเจน Type I และ Type II ให้ชัดที่สุด พร้อมบอกว่าใครควรกินแบบไหน อิงข้อมูลจากแหล่งทางการแพทย์และงานวิจัยจริง
คอลลาเจนคืออะไร และทำไมร่างกายถึงต้องการ?

คอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างที่พบมากที่สุดในร่างกาย คิดเป็นประมาณ 25–30% ของโปรตีนทั้งหมด ทำหน้าที่เป็นโครงค้ำยันให้กับผิวหนัง กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น และอวัยวะต่างๆ
ปัญหาคือร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงตามอายุ โดยเริ่มลดลงตั้งแต่อายุ 25–30 ปี และลดลงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยเพิ่ม และข้อต่อเริ่มสึกหรอ
คอลลาเจนในร่างกายมีมากกว่า 28 ชนิด แต่ที่พบในอาหารเสริมและมีงานวิจัยรองรับมากที่สุดคือ Type I, Type II และ Type III
คอลลาเจน Type I vs Type II — ตารางเปรียบเทียบ
| Type I | Type II | |
|---|---|---|
| พบมากที่ | ผิวหนัง เส้นเอ็น กระดูก | กระดูกอ่อน (Cartilage) ข้อต่อ |
| หน้าที่หลัก | ความแข็งแรง ยืดหยุ่นของผิว | รองรับแรงกระแทก ลดการเสียดสีของกระดูก |
| เหมาะกับ | ผู้ที่ต้องการบำรุงผิว ลดริ้วรอย | ผู้ที่ปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม |
| รูปแบบที่พบ | Hydrolyzed Collagen (ผง ชง) | Undenatured Type II (แคปซูล) |
| ปริมาณแนะนำ/วัน | 2.5–10 กรัม | 40 มิลลิกรัม |
| แหล่งที่มา | หนังวัว ปลา (Marine) | กระดูกอ่อนไก่ (Chicken sternum) |
คอลลาเจน Type I — เพื่อผิวสวย ผมแข็งแรง
คืออะไร?
Type I เป็นคอลลาเจนที่พบมากที่สุดในร่างกาย ประมาณ 90% ของคอลลาเจนทั้งหมด พบในชั้นผิวหนัง เส้นเอ็น กระดูก และผม ทำหน้าที่รักษาความแน่นและความยืดหยุ่นของผิว
เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ต้องการ บำรุงผิว ลดริ้วรอย ความยืดหยุ่น
- ผู้ที่ผมบาง เล็บเปราะ
- อายุ 25–35 ปี ที่ยังไม่มีปัญหาข้อต่อ แต่อยากชะลอวัย
- ผู้ที่เน้นดูแลผิวพรรณเป็นหลัก
รูปแบบที่นิยม
Type I มักมาในรูป Hydrolyzed Collagen (คอลลาเจนไฮโดรไลเซต) ซึ่งผ่านกระบวนการย่อยให้โมเลกุลเล็กลง ดูดซึมง่าย นิยมทำเป็นผงชง เม็ด หรือเครื่องดื่ม โดสที่แนะนำคือ 2.5–10 กรัมต่อวัน
คอลลาเจน Type II — เพื่อข้อเข่าแข็งแรง
คืออะไร?
Type II เป็นโปรตีนหลักของกระดูกอ่อน (Cartilage) ที่หุ้มผิวข้อต่อทุกข้อในร่างกาย ทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกและลดการเสียดสีระหว่างกระดูก
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายสังเคราะห์ Type II ได้น้อยลง กระดูกอ่อนบางลงและสึกกร่อน ทำให้กระดูกสองชิ้นเสียดสีกันโดยตรง เกิดอาการปวด บวม และเสียงดังกร๊อบเวลาขยับข้อ
Undenatured Type II คืออะไร?
คอลลาเจน Type II มี 2 รูปแบบ:
Hydrolyzed Type II — ย่อยให้โมเลกุลเล็กลง ดูดซึมทางลำไส้ได้ดี
Undenatured Type II (UC-II) — รักษาโครงสร้างโมเลกุลดั้งเดิมไว้ ออกฤทธิ์ผ่านกลไก Oral Tolerance ที่ลำไส้เล็ก กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ลดการโจมตีกระดูกอ่อนของตัวเอง งานวิจัยพบว่า UC-II ขนาดเพียง 40 มิลลิกรัมต่อวัน มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อมได้ดีกว่า Glucosamine + Chondroitin ถึง 2.5 เท่า
เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีอาการ ปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะเข่าดัง ปวดตอนขึ้นบันได
- ผู้สูงอายุ วัย 40+ ขึ้นไป ที่ข้อต่อเริ่มเสื่อม
- นักกีฬาหรือคนที่ข้อรับแรงกระแทกสูง เช่น วิ่ง เล่นเวต
- คนที่ น้ำหนักเกิน ข้อเข่าต้องรับภาระมากกว่าปกติ
- ผู้ที่ต้องการดูแลข้อเข่าเชิงป้องกัน ก่อนมีอาการ
ทำไม Type II ถึงกินน้อยกว่า แต่ได้ผลดีกว่า?
นี่คือจุดที่หลายคนสับสน — Type I กินวันละ 2.5–10 กรัม แต่ Type II กินแค่ 40 มิลลิกรัม เพราะกลไกการทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง
Type I ทำงานโดยการนำโมเลกุลคอลลาเจนไปสร้างใหม่ในร่างกาย จึงต้องการปริมาณมาก
Undenatured Type II (UC-II) ทำงานผ่านกลไก Oral Tolerance ที่ Peyer’s Patches ในลำไส้เล็ก — ร่างกายรู้จักโครงสร้างของ Type II แล้ว “สั่ง” ให้ระบบภูมิคุ้มกันหยุดโจมตีกระดูกอ่อน และกระตุ้นการซ่อมแซมแทน จึงต้องการปริมาณน้อยมากแต่ได้ผลสูง
เปรียบเทียบ: Type II vs Glucosamine
| Glucosamine | Undenatured Type II | |
|---|---|---|
| กลไก | สร้างน้ำไขข้อ | กระตุ้นซ่อมแซมกระดูกอ่อน |
| ปริมาณ/วัน | 1,500 มก. | 40 มก. |
| เวลาเห็นผล | 4–8 สัปดาห์ | 4–12 สัปดาห์ |
| งานวิจัย | ดี | ดีกว่า Glucosamine ในหลายการศึกษา |
| ผลข้างเคียง | ท้องอืดบางราย | ต่ำมาก |
สรุป — เลือกแบบไหนดี?
เลือก Type I ถ้า: ต้องการบำรุงผิว ลดริ้วรอย เสริมผมและเล็บ อายุยังไม่มากและยังไม่มีปัญหาข้อต่อ
เลือก Type II ถ้า: มีอาการปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม เสียงดังที่ข้อ ขึ้นบันไดลำบาก หรือต้องการดูแลข้อต่อในวัย 40+
ทาน Type I + Type II ด้วยกันได้ไหม? ได้ครับ ทั้งสองทำงานคนละส่วนกัน ไม่ขัดแย้ง บางคนต้องการทั้งผิวสวยและข้อแข็งแรง สามารถทานร่วมกันได้ แต่ควรปรึกษาเภสัชกรก่อน
ISO Curma Collagen — Type II + ขมิ้นชัน + Isoflavone ในแคปซูลเดียว
สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลข้อเข่าด้วย Undenatured Type II พร้อมตัวช่วยเพิ่มเติม ISO Curma Collagen จาก Champherb ผสาน 3 สิ่งในแคปซูลเดียว:
- Undenatured Collagen Type II — ดูแลกระดูกอ่อนข้อต่อ
- Curcuminoids จากขมิ้นชันสกัด — ช่วยสนับสนุนการลดการอักเสบในข้อ
- Isoflavone จากถั่วเหลือง — ช่วยสมดุลฮอร์โมน เหมาะสำหรับผู้หญิงวัยทอง
ทานเพียงวันละ 1 แคปซูล มี อย.
→ ดูรายละเอียดและสั่งซื้อ ISO Curma Collagen
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คอลลาเจน Type II กินได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? A: แนะนำสำหรับอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีอาการปวดข้อ เสียงดังที่ข้อ หรือนักกีฬาที่ข้อรับแรงกระแทกสูงแม้อายุน้อยกว่านั้น
Q: Type II กับ Glucosamine ต่างกันอย่างไร? A: Glucosamine ช่วยสร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อ ส่วน Undenatured Type II กระตุ้นกลไกซ่อมแซมกระดูกอ่อนผ่าน Oral Tolerance ซึ่งงานวิจัยพบว่าให้ผลดีกว่า Glucosamine ในหลายการศึกษา
Q: คอลลาเจน Type II ทานร่วมกับยาแก้ปวดข้อได้ไหม? A: ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทานร่วมกับยาใดๆ เพื่อความปลอดภัย
Q: กินคอลลาเจน Type II นานแค่ไหนถึงเห็นผล? A: งานวิจัยระบุว่าเริ่มเห็นผลในสัปดาห์ที่ 4–12 แนะนำทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนแล้วประเมินผล
Q: ผู้หญิงวัยทองกิน Type II ได้ไหม? A: ได้ และยิ่งเหมาะมาก เพราะหลังหมดประจำเดือนระดับ Estrogen ลด ทำให้กระดูกอ่อนเสื่อมเร็วขึ้น ISO Curma Collagen มี Isoflavone ที่ช่วยสมดุลฮอร์โมนด้วย
Internal Links ที่ควรใส่:
- → ISO Curma Collagen Type II + ขมิ้นชัน ดูแลข้อเข่า
- → PERRIC เปอร์ริก อาหารเสริมดูแลข้อ กระดูก กล้ามเนื้อ
- → ปรึกษาฟรี LINE
แหล่งอ้างอิง:
- Mega We Care — คอลลาเจนบำรุงข้อ vs บำรุงผิว
- wongkarnpat.com — Collagen Type II (UC-II) กับโรคข้อเสื่อม
- pobpad.com — Collagen Type II กับข้อเข่าเสื่อม
- top10.in.th — Collagen Type II ยี่ห้อไหนดี 2026
