ถ้าคุณเคยไปพบแพทย์หรืออ่านบทความเกี่ยวกับริดสีดวง คำแนะนำที่ได้ยินบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งคือ “กินใยอาหารให้มากขึ้น”
แต่หลายคนยังสงสัยว่า ใยอาหารช่วยริดสีดวงได้จริงไหม? ช่วยได้อย่างไร? และควรกินใยอาหารประเภทไหนถึงจะได้ผล?
บทความนี้จะอธิบายกลไกจริงที่ใยอาหารส่งผลต่อริดสีดวง พร้อมข้อมูลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับสากล เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมสิ่งนี้จึงสำคัญมากกว่าที่คิด
ทบทวนสาเหตุหลักของริดสีดวง
ก่อนจะเข้าใจว่าใยอาหารช่วยริดสีดวงได้อย่างไร ต้องเข้าใจก่อนว่าริดสีดวงเกิดจากอะไร
ริดสีดวงเกิดจากหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักถูกกดดันซ้ำ ๆ จนโป่งพอง สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดแรงกดนี้คือ การเบ่งถ่ายแรง ซึ่งมักมาจากอุจจาระที่แข็งและแห้งเกินไป
วงจรคือ → กินใยอาหารน้อย → อุจจาระแข็ง → ต้องเบ่งแรง → แรงดันกดหลอดเลือด → ริดสีดวงโป่งพองและอักเสบ → ยิ่งเบ่ง ยิ่งแย่
ใยอาหารคือสิ่งที่ตัดวงจรนี้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น
กลไก 3 ขั้นที่ใยอาหารช่วยริดสีดวง

ขั้นที่ 1: ดูดน้ำ → อุจจาระนิ่มขึ้น
ใยอาหารชนิดละลายน้ำ (soluble fiber) เช่น กลูโคแมนแนนจากผงบุก มีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถดูดซับน้ำได้มากถึง 150–200 เท่าของน้ำหนักตัวเอง เมื่อเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ใยอาหารจะพองตัวกลายเป็นเจลนิ่ม ๆ ห่อหุ้มอุจจาระไว้
ผลลัพธ์คืออุจจาระนิ่มลงและเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น โดยที่ร่างกายไม่ต้องออกแรงเบ่งเลย
ขั้นที่ 2: เพิ่มปริมาณกาก → กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
นอกจากทำให้อุจจาระนิ่ม ใยอาหารยังเพิ่มปริมาตรของกากในลำไส้ใหญ่ด้วย กากที่มีปริมาณมากพอจะกดผนังลำไส้ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อบีบตัวส่งกากออกมา (peristalsis) ทำให้ขับถ่ายได้เป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องเบ่ง
คนที่กินใยอาหารน้อยมักถ่ายยากเพราะกากมีน้อยเกินไปที่จะกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน
ขั้นที่ 3: ลดแรงเบ่ง → หลอดเลือดดำได้พัก
เมื่ออุจจาระนิ่มและการขับถ่ายเป็นธรรมชาติ แรงกดต่อหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักก็ลดลงอย่างมาก ริดสีดวงที่มีอยู่จะมีโอกาสยุบตัวและฟื้นตัวได้ดีขึ้น และความเสี่ยงที่จะอักเสบซ้ำก็ลดลงด้วย
งานวิจัยยืนยัน: ใยอาหารลดอาการริดสีดวงได้จริง
สิ่งที่น่าสนใจคือประโยชน์ของใยอาหารต่อริดสีดวงไม่ใช่แค่ภูมิปัญญาพื้นบ้าน แต่มีงานวิจัยระดับสากลรองรับอย่างชัดเจน
งานวิจัย meta-analysis ที่รวบรวม 7 การทดลองแบบ randomized controlled trial ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Gastroenterology พบว่าการเสริมใยอาหารช่วยลดความเสี่ยงของอาการริดสีดวงและเลือดออกได้ถึง 50% ในผู้ป่วยที่มีอาการอยู่แล้ว
และงานวิจัยจาก Minerva Gastroenterologica ในกลุ่มผู้ป่วยริดสีดวงระยะที่ 3–4 จำนวน 102 ราย พบว่าการเสริมใยอาหารควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการขับถ่าย ช่วยให้ 68% ของผู้ป่วย สามารถหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้ และอาการเลือดออกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
แนวทางการรักษาของ American Society of Colon and Rectal Surgeons (ASCRS) ยังแนะนำให้เสริมใยอาหารเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลริดสีดวงด้วยตนเองในระยะแรก
ใยอาหารชนิดไหนดีที่สุดสำหรับริดสีดวง?

ใยอาหารแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ทั้งสองกลุ่มมีบทบาทต่างกันในการดูแลริดสีดวง
ใยอาหารชนิดละลายน้ำ (Soluble Fiber) เช่น กลูโคแมนแนน (ผงบุก), ไซเลียมฮัสก์ (psyllium husk) มีคุณสมบัติดูดน้ำและสร้างเจลในลำไส้ ทำให้อุจจาระนิ่มและเคลื่อนตัวได้ง่าย เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกและริดสีดวง
ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) เช่น รำข้าว, เปลือกผัก ช่วยเพิ่มปริมาตรกากและเร่งการเคลื่อนตัวของอาหารในลำไส้ใหญ่
สำหรับผู้ที่มีปัญหาริดสีดวง ใยอาหารชนิดละลายน้ำมักแนะนำเป็นอันดับแรก เพราะนิ่มกว่าและไม่ระคายเคืองลำไส้
กลูโคแมนแนน (Glucomannan) — ใยอาหารจากผงบุก
กลูโคแมนแนนเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำที่สกัดมาจากหัวบุก (Konjac) มีความสามารถในการดูดซับน้ำสูงกว่าใยอาหารชนิดอื่นหลายเท่า ทำให้มีประสิทธิภาพสูงในการทำให้อุจจาระนิ่มและลดการเบ่ง
คุณสมบัติของกลูโคแมนแนนที่เหมาะกับผู้มีปัญหาริดสีดวง ได้แก่:
- ดูดน้ำได้มากถึง 150–200 เท่าของน้ำหนักตัวเอง
- พองตัวเป็นเจลนิ่มไม่ระคายเคืองเยื่อบุลำไส้
- ไม่ถูกย่อยสลายในกระเพาะ ทำงานได้ถึงลำไส้ใหญ่โดยตรง
- ไม่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ไม่ทำให้ลำไส้ติด
ใยอาหารต้องกินคู่กับน้ำเสมอ
นี่คือจุดที่หลายคนพลาด — กินใยอาหารแต่ดื่มน้ำน้อย
ใยอาหารทำงานโดยการดูดน้ำ ถ้าน้ำในร่างกายน้อย ใยอาหารก็ไม่สามารถพองตัวได้ อุจจาระก็ยังแข็งอยู่ดี บางกรณีอาจทำให้ท้องอืดหรือขับถ่ายลำบากขึ้นได้ด้วย
คำแนะนำ: เมื่อเสริมใยอาหาร ควรดื่มน้ำตามทันทีอย่างน้อย 1–2 แก้ว และดื่มน้ำสะอาดรวมทั้งวันอย่างน้อย 8 แก้ว
ควรได้รับใยอาหารปริมาณเท่าไหร่?
ผู้ใหญ่ทั่วไปควรได้รับใยอาหาร 25–30 กรัมต่อวัน แต่จากข้อมูลพฤติกรรมการกินของคนไทย ส่วนใหญ่ได้รับใยอาหารเพียง 10–15 กรัมต่อวันเท่านั้น นั่นหมายความว่าร่างกายขาดใยอาหารไปถึง 15–20 กรัมทุกวัน
แหล่งใยอาหารธรรมชาติที่ดี ได้แก่:
| อาหาร | ใยอาหารโดยประมาณต่อ 100 กรัม |
|---|---|
| ถั่วดำ (สุก) | 8–9 กรัม |
| ฝรั่ง | 5 กรัม |
| มะละกอ | 1.8 กรัม |
| บรอกโคลี | 2.6 กรัม |
| ข้าวกล้อง | 1.8 กรัม |
| แอปเปิล | 2.4 กรัม |
สำหรับคนที่ไม่สามารถกินอาหารที่มีใยอาหารสูงได้เพียงพอทุกวัน การเสริมใยอาหารจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นทางเลือกที่สะดวกและตรงจุด
ปรับพฤติกรรมร่วมกับการเสริมใยอาหาร เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
งานวิจัยแนะนำว่าการเสริมใยอาหารจะได้ผลดีที่สุดเมื่อทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรม โดยมีหลักที่จำง่ายว่า TONE:
- T — Three minutes: ใช้เวลาในห้องน้ำไม่เกิน 3 นาที ไม่นั่งแช่
- O — Once daily: พยายามขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน
- N — No straining: ไม่เบ่งแรง ถ้าไม่ออกให้ลุกออกมาก่อน
- E — Enough fiber: เสริมใยอาหารให้เพียงพอทุกวัน
เมื่อทำ TONE ร่วมกัน งานวิจัยพบว่าสามารถหยุดการลุกลามของริดสีดวงและลดเลือดออกได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้แต่ในกลุ่มที่เป็นริดสีดวงระยะสูงก็ตาม
สรุป: ใยอาหารช่วยริดสีดวงด้วยกลไกจริง ไม่ใช่แค่คำพูด
ใยอาหารช่วยริดสีดวงด้วยการตัดวงจรที่ทำให้ริดสีดวงแย่ลง นั่นคือ ทำให้อุจจาระนิ่ม ลดการเบ่ง และลดแรงดันต่อหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก งานวิจัยระดับสากลยืนยันว่าการเสริมใยอาหารช่วยลดอาการริดสีดวงได้ถึง 50% ในผู้ที่มีอาการอยู่แล้ว
กุญแจสำคัญคือต้องได้รับใยอาหารให้เพียงพอ (25–30 กรัมต่อวัน) ดื่มน้ำให้มาก และทำอย่างสม่ำเสมอ
เสริมใยอาหารจากธรรมชาติได้ทุกวัน ด้วย ริดจิ (Ridji)

สำหรับคนที่กินใยอาหารจากอาหารได้ไม่เพียงพอในทุกวัน ริดจิ (Ridji) เป็นอาหารเสริมที่ช่วยเติมใยอาหารจากกลูโคแมนแนน (ผงบุก) ร่วมกับสารสกัดสมุนไพรไทย ได้แก่ สารสกัดขมิ้นชันและสมุนไพรตระกูลโกฐ เพื่อสนับสนุนการดูแลระบบขับถ่ายและสุขภาพลำไส้จากภายในในชีวิตประจำวัน
ริดจิมีเลข อย. 50-2-05159-5-0051 ผลิตตามมาตรฐาน GMP รับประทานง่ายในรูปแบบแคปซูล เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการดูแลสุขภาพลำไส้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาริดสีดวงและการขับถ่ายไม่สม่ำเสมอ
หมายเหตุ: ริดจิเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการรักษาริดสีดวง ควรพบแพทย์หากมีอาการรุนแรงหรือมีเลือดออก
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง:
- Alonso-Coello P, et al. Fiber for the treatment of hemorrhoids complications: a systematic review and meta-analysis. Am J Gastroenterol. 2006;101:181–8.
- Garg P, Singh P. Adequate dietary fiber supplement and TONE can help avoid surgery in most patients with advanced hemorrhoids. Minerva Gastroenterol Dietol. 2017;63:92–6.
- American Society of Colon and Rectal Surgeons (ASCRS) Practice Guidelines.
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
