
วิธีอ่านผลตรวจเลือดตับเบื้องต้น ไม่ต้องรอถามหมอ
เวลาไปตรวจสุขภาพประจำปี แล้วเห็นผลเลือดในหมวด Liver Function Test (การทำงานของตับ) หลายคนมักจะตกใจเมื่อเห็นตัวเลข AST และ ALT มีสัญลักษณ์ตัว H (High) หรือตัวแดงกำกับอยู่ ค่าสองตัวนี้คืออะไร? สำคัญอย่างไร? และถ้าสูงเกินเกณฑ์จะอันตรายแค่ไหน? วันนี้เรามีวิธีอ่านค่าตับแบบเข้าใจง่ายๆ ด้วยตัวเองมาฝากครับ
ค่าตับ AST และ ALT คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร?
AST และ ALT คือ “เอนไซม์” ที่อยู่ภายในเซลล์ตับ ทำหน้าที่ช่วยในกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร เมื่อเซลล์ตับเกิดการอักเสบ บาดเจ็บ หรือถูกทำลาย เอนไซม์สองตัวนี้จะรั่วไหลออกมาในกระแสเลือด ทำให้เวลาเราเจาะเลือดตรวจ จะพบว่าค่าเหล่านี้สูงขึ้นครับ
- ALT (หรือ SGPT): เป็นเอนไซม์ที่พบใน “ตับ” เป็นหลัก ดังนั้นหากค่า ALT สูง จะบ่งบอกถึงความผิดปกติที่ตับได้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงมากที่สุด
- AST (หรือ SGOT): เป็นเอนไซม์ที่พบได้ทั้งในตับ หัวใจ กล้ามเนื้อ และไต หากค่า AST สูงเพียงตัวเดียว อาจไม่ได้แปลว่าเป็นโรคตับเสมอไป (อาจมาจากการออกกำลังกายหนัก หรือกล้ามเนื้ออักเสบ) แพทย์จึงต้องดูควบคู่กับค่า ALT เสมอ
ตารางเกณฑ์ปกติของค่าเอนไซม์ตับ (Reference Range)
| ค่าเอนไซม์ตับ | ช่วงค่าปกติ (โดยประมาณ) | หากค่าสูงเกินปกติ หมายถึง? |
| AST (SGOT) | 0 – 40 U/L | เซลล์ตับ หัวใจ หรือกล้ามเนื้อมีการอักเสบ |
| ALT (SGPT) | 0 – 40 U/L | สัญญาณชัดเจนของเซลล์ตับอักเสบ/เสียหาย |
| ALP | 30 – 120 U/L | ปัญหาเกี่ยวกับท่อน้ำดี หรือกระดูก |
(หมายเหตุ: ปัจจุบันสมาคมโรคตับหลายแห่งแนะนำว่า ในคนที่ตับแข็งแรงจริงๆ ค่า ALT สำหรับผู้ชายไม่ควรเกิน 30 U/L และผู้หญิงไม่ควรเกิน 19 U/L)
ค่าตับสูงเท่าไหร่ถึงอันตราย? (Severity Levels)
ข่าวดีก็คือ ตับเป็นอวัยวะที่สามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้ดีเยี่ยม หากค่าตับของคุณเพิ่งเริ่มสูง การรีบดูแลตั้งแต่วันนี้สามารถทำให้ค่าเลือดกลับมาปกติได้ครับ:
- สูงเล็กน้อย (1-2 เท่าของค่าปกติ): อาจเกิดจากพฤติกรรมชั่วคราว เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ ทานยาบางชนิด หรือนอนน้อย
- สูงปานกลาง (3-10 เท่าของค่าปกติ): สัญญาณของตับอักเสบเรื้อรัง ไขมันพอกตับ หรือไวรัสตับอักเสบ
- สูงรุนแรง (มากกว่า 10 เท่าขึ้นไป): ภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน ควรพบแพทย์ทันที
วิธีประเมินความเสี่ยง: ค่าตับสูงบอกโรคอะไรได้บ้าง?
หากผลตรวจเลือดของคุณพบว่าค่า AST และ ALT สูงกว่า 40 U/L นั่นคือสัญญาณเตือนว่า “ตับกำลังเกิดการอักเสบ” โดยเราสามารถประเมินสาเหตุเบื้องต้นจากสัดส่วนของค่าทั้งสองตัวได้ดังนี้ครับ:
- ค่า ALT สูงกว่า AST: มักพบได้บ่อยที่สุด สาเหตุส่วนใหญ่มาจาก ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) ที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์, โรคอ้วน, การทานของหวานและแป้งมากเกินไป หรือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี
- ค่า AST สูงกว่า ALT (มักสูงกว่า 2 เท่าขึ้นไป): มักพบในผู้ที่มีพฤติกรรม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัด จนตับอักเสบ หรือเกิดจากภาวะตับแข็งระยะรุนแรง
- ค่าตับสูงทะลุหลักร้อยหรือหลักพัน: เป็นภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสรุนแรง, การทานยาพาราเซตามอลเกินขนาด หรือได้รับสารพิษตกค้างจากยาบางชนิด
4 สัญญาณเตือนร่วม หากค่าตับสูงแล้วมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์
หากค่าเอนไซม์ตับอักเสบสูง ร่วมกับมีอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่าตับอาจเสียหายหนัก ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้:
- อ่อนเพลียเรื้อรัง นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ (สัญญาณตับล้า)
- ปวดจุกหรือแน่นบริเวณชายโครงขวา
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
- ปัสสาวะมีสีเข้มจัด ท้องบวมโต
วิธีลดค่าตับอักเสบ (AST/ALT) ให้กลับมาเป็นปกติ
ข่าวดีก็คือ ตับเป็นอวัยวะที่สามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้ดีเยี่ยม หากค่าตับของคุณเพิ่งเริ่มสูง การรีบดูแลตั้งแต่วันนี้สามารถทำให้ค่าเลือดกลับมาปกติได้ครับ:
- งดแอลกอฮอล์และของหวานจัด: สองสิ่งนี้คือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้ตับอักเสบและเกิดไขมันพอกตับ
- ลดน้ำหนักและออกกำลังกาย: การลดน้ำหนักลงเพียง 5-10% ของน้ำหนักตัว สามารถช่วยลดไขมันที่เกาะตับ และทำให้ค่า ALT ลดลงได้อย่างชัดเจน
- หลีกเลี่ยงการทานยาที่ไม่จำเป็น: โดยเฉพาะยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน หรืออาหารเสริมที่ไม่มี อย. เพราะตับต้องทำงานหนักในการขับสารพิษ
- เสริมด้วยสารสกัดฟื้นฟูตับ: สำหรับผู้ที่ต้องการตัวช่วยลดการอักเสบของเซลล์ตับ ควรเลือกใช้สมุนไพรบำรุงตับที่มีงานวิจัยรองรับ เช่น สารสกัดเคอร์คิวมินอยด์ ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ตับจากการถูกทำลาย และสนับสนุนกระบวนการกำจัดสารพิษของตับ (Phase II Detox) อย่างเป็นธรรมชาติ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่องผลตรวจตับ
- นอนน้อยทำให้ค่าตับสูงไหม? มีส่วน เพราะตับไม่ได้ซ่อมแซมตัวเองในช่วงกลางคืน
- ออกกำลังกายหนักก่อนตรวจเลือดมีผลไหม? มีผลทำให้ค่า AST สูงขึ้นได้จากกล้ามเนื้ออักเสบ
“สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ค่า ALT สูงกว่าปกติ มักเกิดจาก ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) ที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่มาจากการสะสมของแป้งและน้ำตาลในร่างกายมากเกินไป”
สรุป: อย่าปล่อยให้ค่าตับสูงเป็นแค่ความกังวล
ค่าตับที่สูงขึ้นคือ “เสียงเตือน” จากร่างกาย ฟังเสียงนั้นก่อนจะสายเกินไป
