คำถามนี้ถามกันบ่อยมาก คำตอบตรงๆ จากงานวิจัยคือ: โครงสร้างทางเคมีของวิตามิน C (Ascorbic Acid) เหมือนกันทั้งสองแบบ ร่างกายไม่แยกแยะได้ว่ามาจากธรรมชาติหรือห้องแล็บ แต่มีความแตกต่างที่สำคัญในเรื่องสารร่วม (cofactors)
สิ่งที่เหมือนกัน
โครงสร้าง L-Ascorbic Acid เหมือนกัน 100% ร่างกายดูดซึมและใช้ได้เท่ากัน ราคาต่อมิลลิกรัมถูกกว่าในแบบสังเคราะห์
สิ่งที่ต่างกัน
วิตามิน C จากอาหารธรรมชาติมาพร้อม:
- Bioflavonoids (เช่น Rutin, Hesperidin) — ช่วยเสริมการทำงานของวิตามิน C
- Phytochemicals อื่นๆ ที่ทำงานร่วมกัน
- ดูดซึมได้ช้ากว่าแต่สม่ำเสมอกว่า (food matrix effect)
แหล่งวิตามิน C ธรรมชาติที่สูงที่สุด
| แหล่ง | วิตามิน C/100 กรัม |
|---|---|
| มะขามป้อม | 600–900 มก. ⭐ สูงสุด |
| Acerola Cherry | 1,677 มก. |
| ฝรั่ง | 228 มก. |
| พริก | 143–242 มก. |
| กีวี | 93 มก. |
| ส้ม | 53 มก. |
สรุป: ควรกินแบบไหน
กินทั้งสองแบบได้ แนะนำให้ได้วิตามิน C จากผักผลไม้ก่อน แล้วเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ถ้ากินจากอาหารไม่พอ (ต้องการ 75–90 มก./วัน สำหรับผู้ใหญ่)
วิตามิน C จากมะขามป้อมในสมุนไพรผสม
Arshithong Gold เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีมะขามป้อม ซึ่งเป็นแหล่งวิตามิน C ธรรมชาติสูงสุดชนิดหนึ่ง รวมกับสมุนไพรอีก 5 ชนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลภูมิคุ้มกันจากธรรมชาติ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค
FAQ
วิตามิน C กินเยอะเกินไปเป็นยังไง? เกิน 2,000 มก./วัน อาจท้องเสีย คลื่นไส้ และเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไตในบางคน
