ริดสีดวงในระหว่างตั้งครรภ์พบได้บ่อยมาก เพราะมดลูกที่โตขึ้นกดทับหลอดเลือดในช่องท้อง ประกอบกับท้องผูกที่มักมาพร้อมกับการตั้งครรภ์ ทำให้แรงดันในเส้นเลือดบริเวณทวารหนักสูงขึ้นต่อเนื่อง
ข่าวดีคือ ริดสีดวงระหว่างตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ดูแลได้ปลอดภัย และมักดีขึ้นหลังคลอด
ทำไมคนท้องถึงเป็นริดสีดวงบ่อย
- มดลูกโตกดทับ หลอดเลือดดำ inferior vena cava ทำให้เลือดไหลเวียนกลับหัวใจช้าลง เส้นเลือดบริเวณทวารจึงคั่งและบวม
- ท้องผูกจากการตั้งครรภ์ ฮอร์โมน progesterone ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง
- ยาธาตุเหล็กสำหรับคนท้อง มักทำให้ท้องผูกมากขึ้น
- น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เพิ่มแรงดันในช่องท้อง
- การเบ่งขณะคลอด ทำให้ริดสีดวงที่มีอยู่รุนแรงขึ้น หรือเกิดใหม่หลังคลอด
วิธีดูแลตัวเองที่ปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์
กินไฟเบอร์สูงและดื่มน้ำมากขึ้น
ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และน้ำ 8–10 แก้วต่อวัน ลดการเบ่งถ่าย ซึ่งเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด
แช่น้ำอุ่น (Sitz Bath)
น้ำอุ่นธรรมดา (ไม่ร้อน) ครั้งละ 10–15 นาที ปลอดภัยในระหว่างตั้งครรภ์ และช่วยบรรเทาได้ดีมาก
นอนตะแคงซ้าย
ลดแรงกดทับของมดลูกต่อหลอดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งนาน
สลับท่าเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงการนั่งส้วมนาน
ออกกำลังกายเบาที่แพทย์อนุญาต
การเดินเบาๆ ช่วยกระตุ้นลำไส้และลดท้องผูก ปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์
⚠️ สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ก่อนใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ระหว่างตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์หรือสูติแพทย์ก่อนเสมอ รวมถึง:
- ยาทาหรือยาสอดสำหรับริดสีดวง (บางชนิดมีสเตียรอยด์ที่ต้องระวัง)
- ยาระบายทุกชนิด
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
คนท้องที่มีเลือดออกทางทวารหนักควรพบแพทย์ทันที เพื่อแยกแยะจากภาวะอื่นที่ต้องดูแล
ริดสีดวงหลังคลอด
ริดสีดวงที่เกิดจากการตั้งครรภ์มักดีขึ้นเองภายใน 2–4 สัปดาห์หลังคลอด เมื่อมดลูกหดตัวและแรงดันในช่องท้องลดลง แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรง ควรพบแพทย์
FAQ
คนท้องเป็นริดสีดวง อันตรายกับทารกไหม? ริดสีดวงในแม่ไม่ส่งผลโดยตรงต่อทารก แต่ถ้าเลือดออกมากต้องพบแพทย์เพื่อประเมิน
ริดสีดวงในคนท้องกินยาได้ไหม? ต้องปรึกษาแพทย์หรือสูติแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิดระหว่างตั้งครรภ์
หลังคลอดริดสีดวงจะหายไหม? ส่วนใหญ่ดีขึ้นเองภายใน 2–4 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
